สรุปสั้น ๆ
- AI SEO (หรือ GEO — generative engine optimization) คือ SEO แบบเดิมบวกการเช็กเพิ่มอีกไม่กี่ข้อ Google เองบอกว่าการทำให้เว็บพร้อมสำหรับฟีเจอร์ AI ก็ยังคือ SEO
- ผู้ช่วย AI ตอบคำถามด้วยการดึงหน้าเว็บมาสรุปและอ้างอิง หน้าที่บอทอ่านไม่ได้ หรือเนื้อหาไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจง จะไม่ถูกอ้างอิง
- ควรอนุญาตบอทค้นหาและบอทตอบคำถาม เช่น OAI-SearchBot, PerplexityBot และ Claude-SearchBot ส่วนบอทเก็บข้อมูลไปเทรนโมเดลอย่าง GPTBot เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจแยกกัน
- แบรนด์จะถูกแนะนำเมื่อเว็บของตัวเอง Google Business Profile และการถูกพูดถึงบนเว็บอื่น ให้ข้อมูลชัดเจนและตรงกัน
- วัดผลด้วยรายงาน Generative AI ใน Search Console ช่องทาง AI Assistant ใน GA4 และการลองถามคำถามจริงทุกเดือน ส่วน llms.txt ไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับของ Google
AI SEO คือการทำให้แบรนด์ของคุณถูกค้นเจอ ได้รับความเชื่อถือ และถูกอ้างอิงโดยผู้ช่วย AI อย่าง ChatGPT, Gemini, Google AI Mode, Perplexity และ Copilot เวลามีคนถามหาคำแนะนำ ในทางปฏิบัติคือ SEO แบบเดิมบวกการเช็กเพิ่มอีกไม่กี่ข้อ ได้แก่ เปิดให้บอท AI อ่านเว็บได้ เขียนหน้าเว็บที่มีข้อเท็จจริงชัดเจน และทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจบนเว็บอื่นตรงกัน Google เองก็สรุปไว้ตรง ๆ ว่าการทำเว็บให้พร้อมสำหรับการค้นหาด้วย AI “ก็คือการทำให้พร้อมสำหรับประสบการณ์การค้นหา และจึงยังคือ SEO”
AI SEO คืออะไร (generative engine optimization)
AI SEO, GEO (generative engine optimization) และ AEO (answer engine optimization) เป็นชื่อเรียกต่างกันของเป้าหมายเดียวกัน คือการเป็นแหล่งข้อมูลที่คำตอบของ AI ยกมาอ้าง หรือเป็นแบรนด์ที่ AI เอ่ยชื่อ สิ่งที่ต่างจาก SEO แบบเดิมคือผลลัพธ์ที่ตั้งเป้า แทนที่จะเป็นลิงก์สีฟ้าอันดับหนึ่ง เราอยากได้การถูกพูดถึงหรือการถูกอ้างอิงอยู่ในคำตอบที่ AI เขียน
พื้นฐานไม่ได้เปลี่ยน ผู้ช่วย AI ส่วนใหญ่ตอบโดยดึงหน้าเว็บจากดัชนีการค้นหามาสรุป เว็บที่บอทเข้าไม่ถึง ไม่ถูก index หรือไม่น่าเชื่อถือ จึงไม่ถูกอ้างอิง ที่เปลี่ยนคือน้ำหนัก ต้องเปิดให้บอทหลายตัวเข้าได้ ไม่ใช่แค่ Googlebot ต้องมีข้อเท็จจริงที่ยกไปใส่คำตอบได้ และต้องมีตัวตนแบรนด์ที่ตรงกันทั่วทั้งเว็บ
ผู้ช่วย AI เลือกแหล่งข้อมูลที่จะอ้างอิงอย่างไร
แต่ละเจ้าทำงานต่างกันเล็กน้อย และมีเพียงบางเจ้าที่อธิบายไว้ชัด ด้านล่างคือสิ่งที่บริษัทเหล่านั้นบอกเอง
Google AI Overviews และ AI Mode
Google บอกว่าฟีเจอร์ AI ของ Google “ตั้งอยู่บนระบบจัดอันดับและระบบคุณภาพหลักของ Search” ใช้วิธีที่เรียกว่า retrieval-augmented generation (grounding) คือระบบจัดอันดับดึงหน้าที่เกี่ยวข้องจากดัชนี แล้วโมเดลเขียนคำตอบพร้อมลิงก์ไปยังหน้าเหล่านั้น และยังใช้ query fan-out คือแตกคำถามเป็นการค้นหาย่อยหลายครั้งพร้อมกันเพื่อครอบคลุมทุกประเด็น แล้วอ้างอิงหน้าที่ดีที่สุดของแต่ละส่วน ดูตัวอย่างการค้นหาภาษาไทยได้ในคู่มือ Google AI Mode ในประเทศไทย
หน้าที่จะมีสิทธิ์ถูกอ้างอิงต้องถูก index และแสดง snippet ได้ และเว็บต้องเปิดการตั้งค่า Search generative AI features ใน Search Console ไว้ Google บอกว่าไม่มีข้อกำหนดทางเทคนิคอื่นนอกจากนี้
ChatGPT search
OpenAI มีบอทที่เกี่ยวข้อง 3 ตัว OAI-SearchBot สร้างดัชนีสำหรับฟีเจอร์ค้นหาของ ChatGPT โดย OpenAI ระบุว่าเว็บที่บล็อกบอทนี้ “จะไม่แสดงในคำตอบของ ChatGPT search” ChatGPT-User เข้าไปดึงหน้าเว็บเมื่อผู้ใช้สั่งให้ ChatGPT เปิดหน้านั้น ส่วน GPTBot เก็บเนื้อหาที่อาจใช้เทรนโมเดล การบล็อกตัวนี้ไม่กระทบการค้นหา
OpenAI ยังบอกว่า ChatGPT search ใช้ผู้ให้บริการค้นหาภายนอกด้วย ซึ่งมีรายงานว่า Microsoft Bing เป็นหนึ่งในนั้น และ Bing ยังอยู่เบื้องหลัง Microsoft Copilot การยืนยันเว็บใน Bing Webmaster Tools จึงเป็นการป้องกันที่แทบไม่มีต้นทุน
แอป Gemini
Gemini ใช้ดัชนีของ Google Search เป็นฐานคำตอบได้ มีรายละเอียดหนึ่งในเอกสารบอทของ Google ที่ควรรู้ คือโทเคน Google-Extended ควบคุมทั้งการเทรนโมเดล Gemini รุ่นต่อไป และ การใช้เนื้อหาเป็นฐานคำตอบในแอป Gemini การบล็อกไม่กระทบอันดับใน Google Search แต่อาจทำให้เนื้อหาไม่ถูกใช้ในคำตอบของแอป Gemini
บอทที่ควรรู้จัก
| บอท | บริษัท | หน้าที่ | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| Googlebot | ดัชนีการค้นหา รวม AI Overviews และ AI Mode | อนุญาต | |
| Google-Extended | เทรน Gemini และฐานคำตอบในแอป Gemini (ไม่ใช่ Search) | อนุญาต ถ้าอยากให้คำตอบของ Gemini ใช้หน้าเว็บคุณ | |
| Bingbot | Microsoft | ดัชนี Bing, Copilot | อนุญาต |
| OAI-SearchBot | OpenAI | ChatGPT search | อนุญาต |
| ChatGPT-User | OpenAI | ดึงหน้าที่ผู้ใช้ขอ | อนุญาต |
| GPTBot | OpenAI | เทรนโมเดล | ตัดสินใจตามนโยบายธุรกิจ |
| PerplexityBot / Perplexity-User | Perplexity | ดัชนีการค้นหา / ดึงหน้าที่ผู้ใช้ขอ | อนุญาต |
| Claude-SearchBot / Claude-User | Anthropic | ดัชนีการค้นหา / ดึงหน้าที่ผู้ใช้ขอ | อนุญาต |
| ClaudeBot | Anthropic | เทรนโมเดล | ตัดสินใจตามนโยบายธุรกิจ |
ขั้นที่ 1: เปิดให้บอทค้นหาและบอทตอบคำถามเข้าเว็บได้
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่เว็บดี ๆ ไม่เคยโผล่ในคำตอบ AI คือบอทอ่านเว็บไม่ได้ ให้เช็ก 3 จุด
- robots.txt ดูว่าไม่มีคำสั่งไหนบล็อกบอทค้นหาและบอทตอบคำถามในตารางด้านบน คำสั่ง
Disallowแบบเหมารวม “บอท AI” ที่ก๊อปมาจากเทมเพลต มักบล็อก OAI-SearchBot และ PerplexityBot ไปพร้อมกับบอทเทรน - Cloudflare (หรือไฟร์วอลล์/CDN อื่น) AI Crawl Control ของ Cloudflare ให้เลือกอนุญาตหรือบล็อกบอท AI ทีละตัว และการตั้งค่าเริ่มต้นเรื่องบอท AI เปลี่ยนมาหลายครั้งตลอดปี 2568–2569 เปิดแดชบอร์ดดูว่าบอทค้นหาและบอทผู้ช่วยไม่ได้ถูกบล็อก โดยแยกจากบอทเทรนที่คุณอาจเลือกบล็อกต่างหาก
- Search Console ตรวจว่าเว็บเปิดการตั้งค่า Search generative AI features ไว้
ขั้นที่ 2: เขียนเนื้อหาที่ AI ยกไปอ้างได้
- ตอบก่อน เปิดแต่ละหน้าด้วยคำตอบตรง ๆ 1–2 ประโยค แล้วค่อยลงรายละเอียด
- เจาะจง ราคาหรือช่วงราคา ขั้นตอน ระยะเวลา สถานที่ เวลาเปิดทำการ ชื่อแพ็กเกจ ข้อความการตลาดกว้าง ๆ ไม่มีอะไรให้ AI ยกไปอ้าง
- ใช้ตารางและลิสต์ สำหรับการเปรียบเทียบและตัวเลือก เพราะ “ควรเลือกอันไหน” คือคำถามที่คนถาม AI บ่อยที่สุด
- ใส่สิ่งที่มีแต่คุณรู้ คู่มือของ Google เรียกว่า “non-commodity content” เช่น ประสบการณ์ตรง ข้อมูลของคุณเอง รายละเอียดเชิงพื้นที่ บทความที่สรุปสิ่งที่คนอื่นพูดไปแล้วไม่ได้ให้เหตุผลที่ AI จะเลือกคุณ
- มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ลูกค้าไทยถามเป็นภาษาไทย หน้าภาษาไทยที่เขียนเองตอบคำถามภาษาไทยได้ดีกว่าหน้าที่แปลมาจากภาษาอังกฤษ
- อัปเดตเสมอ แก้ข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง และแสดงวันที่อัปเดต
ไม่ต้องสร้างหน้าแยกสำหรับทุกคำค้นย่อยจาก fan-out Google บอกว่าการทำเช่นนั้นเพื่อปั่นคำตอบของ AI เป็นการละเมิดนโยบาย scaled content abuse
ขั้นที่ 3: ทำให้แบรนด์เป็นตัวตนที่ชัดและข้อมูลตรงกัน
เวลามีคนถามว่า “เอเจนซี่ไหนดี” หรือ “คลินิกไหนดี” ผู้ช่วย AI ดูสิ่งที่ทั้งเว็บพูดถึงคุณ ไม่ใช่แค่หน้าแรกของเว็บคุณ คู่มือของ Google ระบุว่าฟีเจอร์ AI สามารถแสดง “สิ่งที่ผู้คนพูดถึงสินค้าและบริการบนเว็บ ทั้งในบล็อก วิดีโอ และกระทู้”
- Organization schema พร้อมลิงก์
sameAsไปยังโปรไฟล์ทางการ Google บอกว่า structured data ไม่จำเป็นสำหรับฟีเจอร์ AI แต่ช่วยให้ระบบเชื่อมเว็บกับแบรนด์ได้ - Google Business Profile Google บอกว่า Business Profile ช่วยให้บริการของคุณปรากฏในคำตอบ AI ได้ กรอกหมวดหมู่ เวลาเปิด และบริการให้ครบ
- ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร (NAP) ตรงกัน ทั้งบนเว็บ Google Business Profile, Bing Places, Facebook, โปรไฟล์ LINE OA และไดเรกทอรีต่าง ๆ
- ถูกพูดถึงจริงบนเว็บที่น่าเชื่อถือ เช่น ไดเรกทอรีในอุตสาหกรรม สื่อท้องถิ่น เว็บพาร์ทเนอร์ รีวิว Google เตือนว่าการไล่หาการถูกพูดถึงแบบไม่จริง “ไม่ได้ช่วยอย่างที่คิด”
ขั้นที่ 4: แสดงให้เห็นว่าใครอยู่เบื้องหลังเนื้อหา
ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T) สำคัญกับคำตอบ AI ไม่แพ้ผลการค้นหาแบบเดิม ใส่ชื่อผู้เขียนพร้อมตำแหน่งจริง มีหน้า About ที่บอกว่าคุณเป็นใครและทำงานที่ไหน และข้อมูลติดต่อที่ตรงกับโปรไฟล์ธุรกิจ
วัดผล AI SEO อย่างไร
| เครื่องมือ | สิ่งที่ดูได้ |
|---|---|
| Search Console → รายงาน Search Generative AI performance | การแสดงผลของ URL คุณใน AI Overviews, AI Mode และฟีเจอร์ AI ใน Discover แยกตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ (เปิดให้ทุกเว็บครบภายใน 31 ส.ค. 2569) |
| Bing Webmaster Tools → AI Performance | การถูกอ้างอิงใน Copilot และคำตอบ AI ของ Bing (public preview) |
| GA4 → Traffic acquisition | ช่องทาง AI Assistant รวมทราฟฟิกจากผู้ช่วยอย่าง ChatGPT และ Gemini โดยไม่รวม AI Overviews และ AI Mode ลิงก์จาก ChatGPT ยังมี utm_source=chatgpt.com ติดมาด้วย |
| Cloudflare AI Crawl Control | บอท AI ตัวไหนเข้ามา และตัวไหนถูกบล็อก |
| ลองถามด้วยตัวเอง | ถามคำถามจริงของลูกค้า 10–20 ข้อใน ChatGPT, Gemini, AI Mode และ Perplexity ทุกเดือน แล้วจดว่าแบรนด์ถูกเอ่ยชื่อหรืออ้างอิงไหม |
ระวังเครื่องมือที่อ้างว่ารู้ตัวชี้วัด AI ภายในของ Google เพราะ Google บอกว่าไม่มีเครื่องมือภายนอกตัวไหนเข้าถึงระบบจัดอันดับหรือระบบ AI ของ Google ได้
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่ามองว่า llms.txt เป็นตัวดันอันดับ Google บอกว่า Search ไม่ใช้ llms.txt และ “ไฟล์ข้อความสำหรับ AI” ทำนองเดียวกัน มีหรือไม่มีก็ไม่ช่วยและไม่เสียหาย จะใส่หรือไม่ก็ได้
- อย่าหั่นหรือเขียนเนื้อหาใหม่ “ให้ AI อ่าน” Google บอกว่าไม่จำเป็นต้องแบ่งเนื้อหาเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือเขียนด้วยสไตล์พิเศษ
- ไม่ซ่อนข้อความ ไม่แอบใส่คำสั่ง (prompt) ไม่ทำรีวิวปลอม ทั้งหมดนี้คือสแปมและเสี่ยงทั้งเว็บ
- อย่าซื้อการถูกพูดถึงหรือที่ในบทความจัดอันดับ ที่แกล้งทำเป็นว่าเป็นกลาง
เช็กลิสต์ AI SEO
| ด้าน | สิ่งที่ต้องเช็ก | ถือว่าเสร็จเมื่อ |
|---|---|---|
| การเข้าถึง | robots.txt อนุญาต Googlebot, Bingbot, OAI-SearchBot, ChatGPT-User, PerplexityBot, Claude-SearchBot | ไม่มีบอทค้นหา/บอทตอบคำถามตัวไหนถูก disallow |
| การเข้าถึง | ตรวจการตั้งค่าบอท AI ใน Cloudflare / ไฟร์วอลล์ | อนุญาตบอทค้นหาและบอทผู้ช่วย ตัดสินใจเรื่องบอทเทรนแล้ว |
| การเข้าถึง | การตั้งค่า generative AI ใน Search Console | เว็บถูกรวมไว้ |
| เนื้อหา | เปิดหน้าสำคัญด้วยคำตอบ | 2–3 ประโยคแรกตอบคำถามหลัก |
| เนื้อหา | ราคา ขั้นตอน การเปรียบเทียบ อยู่ในข้อความและตาราง | ข้อเท็จจริงอยู่ใน HTML |
| เนื้อหา | หน้าสำคัญมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ | ภาษาไทยเขียนเอง ไม่ใช่แปลด้วยเครื่อง |
| ตัวตนแบรนด์ | Organization schema พร้อม sameAs | ลิงก์โปรไฟล์ทางการครบ |
| ตัวตนแบรนด์ | Google Business Profile และ Bing Places | ครบถ้วน NAP ตรงกัน |
| ความน่าเชื่อถือ | ชื่อผู้เขียน หน้า About และ Contact | เป็นคนและข้อมูลจริง |
| การวัดผล | Search Console, Bing, GA4, บันทึกการลองถาม | มีค่าเริ่มต้น ทบทวนทุกเดือน |
ถ้าอยากให้มีคนดูแลเรื่องนี้แทน บริการ AI search & SEO ของเราเริ่มจากการเช็กชุดนี้สำหรับ Google, AI Mode, ChatGPT และ Gemini
คำถามที่พบบ่อย
AI SEO ต่างจาก SEO ทั่วไปไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต่าง Google บอกว่าฟีเจอร์ AI ของ Google ตั้งอยู่บนระบบจัดอันดับหลักตัวเดียวกัน การทำ index เนื้อหาที่มีประโยชน์ และลิงก์ จึงยังเป็นตัวตัดสินว่าใครถูกอ้างอิง AI SEO เพิ่มการเช็กบอท AI ข้อมูลที่ยกไปอ้างได้ และความสม่ำเสมอของข้อมูลแบรนด์บนเว็บ
ทำ AI SEO ต้องมีไฟล์ llms.txt ไหม
ไม่จำเป็น Google บอกว่า Search ไม่ใช้ llms.txt และไฟล์นี้ไม่ได้ช่วยหรือทำให้อันดับแย่ลง จะใส่ไว้สำหรับเครื่องมืออื่นก็ได้ แต่อย่าคาดหวังว่าจะเปลี่ยนการมองเห็นของเว็บ
ควรบล็อก GPTBot หรือบอทเทรน AI อื่น ๆ ไหม
เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจ การบล็อกบอทเทรนอย่าง GPTBot ไม่ได้ทำให้เว็บหายไปจาก ChatGPT search เพราะส่วนนั้นควบคุมด้วย OAI-SearchBot แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ที่อยากให้โมเดล AI รู้จักแบรนด์มักเปิดให้บอทเทรนเข้าได้
ดูได้อย่างไรว่า ChatGPT ส่งคนเข้าเว็บเรา
ChatGPT ใส่ utm_source=chatgpt.com ในลิงก์ที่ส่งออกไป และ GA4 รวมทราฟฟิกจากผู้ช่วย AI ที่รู้จักไว้ในช่องทาง AI Assistant ดูได้ทั้งสองอย่างที่ Reports → Acquisition → Traffic acquisition
แหล่งข้อมูล
- Google Search Central — Optimizing your website for generative AI features on Google Search
- Google Search Central — AI features and your website
- Google Search Central Blog — Introducing Search Generative AI performance reports in Search Console
- Google — Google's common crawlers (Google-Extended)
- OpenAI — Overview of OpenAI crawlers
- OpenAI Help Center — Publishers and developers FAQ
- Perplexity — Perplexity crawlers
- Anthropic Help Center — Anthropic crawlers (ClaudeBot, Claude-User, Claude-SearchBot)
- Cloudflare Docs — AI Crawl Control
- Google Analytics Help — Default channel group